DataProteins ← บทความทั้งหมด
DataProteins · 2026-08-05

เช้ามืดที่สถานีขนส่งขอนแก่น รถทัวร์จากอำเภอไกล ๆ ทั่วอีสานทยอยเข้ามาจอด

.

คนที่ลงจากรถไม่เหมือนเมืองท่องเที่ยว ไม่มีใครลากกระเป๋าเดินทางมาถ่ายรูป มีคนแก่ที่ลูกหลานประคองลงมา เพราะถูกส่งตัวมารักษาต่อที่โรงพยาบาลใหญ่ มีเด็กแบกเป้มารายงานตัวเข้ามหาวิทยาลัย มีคนใส่เสื้อเชิ้ตถือแฟ้มมาประชุม คนพวกนี้ไม่ได้มาเที่ยว เขามาเพราะมีเรื่องสำคัญต้องทำ แล้วเรื่องสำคัญนั้นมันทำที่บ้านเกิดตัวเองไม่ได้

.

นี่คือสิ่งที่แปลกเกี่ยวกับขอนแก่น

.

ถ้าวัดกันด้วยจำนวนคน ขอนแก่นไม่ใช่เมืองที่ใหญ่ที่สุดในอีสาน โคราชใหญ่กว่า ทั้งจำนวนประชากรและขนาดเศรษฐกิจรวม ถ้าวัดกันด้วยนักท่องเที่ยว ก็เทียบเชียงใหม่ไม่ติดเลยสักนิด

.

แต่พอเป็นเรื่องจริงจังของชีวิต อย่างจะเรียนต่อมหาวิทยาลัย จะผ่าตัดใหญ่ จะจัดประชุมระดับภาค คนทั้งอีสานตอนบนกลับวิ่งเข้าหาขอนแก่นเป็นที่แรก

.

คำถามคือ ทำไม

.

เมืองที่ไม่ได้ใหญ่ที่สุด ไม่ได้สวยที่สุด ไปกลายเป็นที่ที่คนทั้งภาคนึกถึงเวลามีเรื่องสำคัญได้ยังไง

.

และคำตอบของคำถามนี้ ไม่ใช่เรื่องโชค ไม่ใช่เรื่องทำเล แต่เป็นเรื่องที่มีคน "ตั้งใจ" ทำให้มันเป็นแบบนี้มา 60 ปี

.

== เมืองส่วนใหญ่โตเพราะทำเล เมืองนี้โตเพราะมีคนตั้งใจปั้น ==

.

เมืองทั่วไปมันโตตามธรรมชาติ อยู่ปากแม่น้ำก็เป็นเมืองท่า อยู่ทางผ่านก็เป็นเมืองการค้า มีของสวยก็เป็นเมืองท่องเที่ยว มันโตเพราะทำเลมันพาไป

.

แต่ขอนแก่นไม่ได้มีอะไรแบบนั้นเป็นพิเศษ มันอยู่กลางที่ราบสูง ไม่ติดทะเล ไม่มีภูเขาสวย ไม่ใช่ประตูด่านแรกของภาคแบบโคราช

.

สิ่งที่ขอนแก่นมี คือการตัดสินใจของคนเมื่อ 60 ปีก่อน ว่าจะปั้นที่นี่ให้เป็นศูนย์กลางของอีสาน

.

ผมขอเล่าเป็นสามชั้น ชั้นต่อชั้น แล้วคุณจะเห็นว่ามันไม่ใช่ความบังเอิญเลย

.

== ชั้นที่หนึ่ง - เขาวางสมองไว้ที่นี่ก่อน

.

ปี 2507 รัฐบาลตั้งมหาวิทยาลัยขอนแก่นขึ้น เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของภาคอีสานทั้งภาค

.

และมันไม่ได้ตั้งขึ้นมาลอย ๆ มันตั้งขึ้นภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับแรกของประเทศ ด้วยความตั้งใจตรง ๆ ว่าจะเอาการศึกษาระดับสูงลงมาให้คนอีสานได้เรียน ไม่ต้องเข้ากรุงเทพอย่างเดียว

.

พูดง่าย ๆ คือมีคนนั่งวางแผนแล้วปักหมุดว่า "สมอง" ของภาคนี้จะอยู่ที่ขอนแก่น

.

หกสิบปีผ่านไป หมุดนั้นกลายเป็นอะไร

.

วันนี้ในจังหวัดขอนแก่นมีนักศึกษามหาวิทยาลัยรวมกันราว 53,000 คน เฉพาะมหาวิทยาลัยขอนแก่นที่เดียวก็ราว 35,000 คน คนหนุ่มสาวจากทั่วอีสานหลั่งไหลมาเรียน มาเช่าหอ มาใช้ชีวิตที่นี่ทุกวัน ทั้งที่ทะเบียนบ้านยังอยู่บ้านเกิด

.

ลองคิดดู เมืองที่มีคนในทะเบียนสี่แสนกว่า มีนักศึกษาปนอยู่ในนั้นเป็นห้าหมื่น นั่นไม่ใช่เมืองธรรมดา นั่นคือเมืองมหาวิทยาลัยที่ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ต้น

.

== ชั้นที่สอง - แล้วเขาก็วางมือหมอที่เก่งที่สุดของภาคไว้ที่นี่ ==

.

พอมีมหาวิทยาลัย ก็มีคณะแพทย์ พอมีคณะแพทย์ ก็มีโรงพยาบาลของคณะแพทย์

.

โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ไม่ใช่โรงพยาบาลประจำจังหวัดธรรมดา มันเป็นโรงพยาบาลโรงเรียนแพทย์ที่รับส่งต่อผู้ป่วยระดับสูงสุดของภาค มีเตียงเกินพันเตียง

.

คำว่า "รับส่งต่อระดับสูงสุด" แปลว่าอะไร แปลว่าเวลาคนไข้ในอีสานป่วยหนักเกินกว่าโรงพยาบาลบ้านตัวเองจะรักษาได้ ปลายทางที่หมอส่งต่อมา ก็คือที่นี่ บวกกับโรงพยาบาลขอนแก่นที่เป็นโรงพยาบาลศูนย์อีกแห่ง สองที่นี้รวมกันทำให้ขอนแก่นกลายเป็นปลายทางของคนป่วยหนักจากทั่วภาค

.

ทีนี้ลองนึกภาพตาม คนไข้หนึ่งคนที่ถูกส่งมารักษานาน ๆ เขาไม่ได้มาคนเดียว เขามากับญาติที่ต้องมาเฝ้า ญาติต้องหาที่พักใกล้โรงพยาบาล ต้องกินข้าว ต้องซื้อของ นี่คือคนอีกกลุ่มใหญ่ที่ไหลเข้าเมืองทุกวัน โดยที่ไม่มีใครนับเขาเป็นประชากรขอนแก่นเลย

.

== ชั้นที่สาม - แล้วเขาก็ลงโครงสร้างทับลงไปเรื่อย ๆ ไม่หยุด ==

.

ถ้าเรื่องจบแค่มหาวิทยาลัยกับโรงพยาบาล มันก็แค่เมืองการศึกษาการแพทย์ธรรมดา แต่ที่ขอนแก่นพิเศษ คือการลงทุนมันไม่เคยหยุด มันต่อยอดมาเรื่อย ๆ จนถึงวันนี้

.

ขอนแก่นเป็นหนึ่งในห้าเมืองของประเทศที่ถูกตั้งให้เป็นเมืองไมซ์ คือเมืองศูนย์กลางการจัดประชุมและงานแสดงสินค้าระดับชาติ มีศูนย์ประชุมนานาชาติของตัวเอง เคียงข้างกับกรุงเทพ เชียงใหม่ พัทยา ภูเก็ต

.

ขอนแก่นเป็นหนึ่งในสามเมืองนำร่องเมืองอัจฉริยะรุ่นแรกของประเทศ คู่กับภูเก็ตและเชียงใหม่

.

และเรื่องที่ผมว่าเล่าถึงนิสัยของเมืองนี้ได้ดีที่สุด คือเรื่องรถไฟฟ้า

.

ปี 2560 เทศบาลห้าแห่งรอบเมืองขอนแก่นจับมือกันตั้งบริษัทขึ้นมาเอง เพื่อจะสร้างรถไฟฟ้ารางเบาของเมืองเอง เป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่ท้องถิ่นลุกขึ้นมาจะทำระบบขนส่งมวลชนเอง ไม่รอส่วนกลาง วางแผนไว้เป็นสายเหนือใต้ยาวกว่า 26 กิโลเมตร 21 สถานี ไปตามถนนมิตรภาพ

.

ผมพูดตรง ๆ ว่าโครงการนี้ยังไม่ได้สร้างจริง มันยังติดอยู่ที่การอนุมัติและเงินทุนจากส่วนกลาง บางเทศบาลก็เพิ่งขอถอนตัว มันสะดุดมาหลายปี

.

แต่ประเด็นไม่ได้อยู่ที่มันสร้างเสร็จหรือยัง ประเด็นอยู่ที่ว่า มีเมืองไหนในประเทศนี้อีกไหม ที่ท้องถิ่นกล้าลุกขึ้นมาบอกว่า ถ้าส่วนกลางยังไม่ทำ เดี๋ยวเราทำเอง นี่แหละคือนิสัยของเมืองที่ถูกปั้นด้วยความตั้งใจ ไม่ใช่เมืองที่นั่งรอโชค

.

และของจริงที่สร้างเสร็จแล้วก็มี รถไฟทางคู่มาถึงขอนแก่นแล้ว สถานีรถไฟยกระดับเปิดตั้งแต่ปี 2562 เป็นสถานียกระดับขนาดใหญ่แห่งแรกของภาคอีสาน ส่วนรถไฟความเร็วสูงสายอีสาน ช่วงที่ผ่านขอนแก่น ก็ผ่านมติคณะรัฐมนตรีไปแล้วเมื่อต้นปี 2568 กำลังจะมา

.

== ทีนี้ลองตรวจจากข้อมูลดิบดูบ้าง ว่าที่เล่ามามันจริงไหม ==

.

ทั้งหมดที่ผมเล่ามา เป็นเรื่องการตัดสินใจของรัฐ ของเทศบาล ของมหาวิทยาลัย ฟังดูเหมือนโฆษณาเมืองได้ ผมเลยเปิดข้อมูลอีกชุดมาวางเทียบ เป็นข้อมูลจุดสนใจ หรือ POI จากแผนที่เปิด ที่บันทึกไว้ดิบ ๆ ว่าในเมืองนี้มีอะไรตั้งอยู่จริงบ้าง ข้อมูลชุดนี้ไม่รู้จักด้วยซ้ำว่ารัฐวางแผนอะไรไว้ มันแค่บอกว่ามีอะไรอยู่ตรงไหน

.

แล้วสิ่งที่เจอมันตรงกับเรื่องที่เล่ามาเป๊ะ

.

ในอำเภอเมืองขอนแก่นมีหมุดสถานที่กว่า 27,000 จุด แต่พอแยกประเภทดู นิสัยของเมืองมันโผล่ออกมาทันที

.

เทียบกับเชียงใหม่ที่เป็นเมืองท่องเที่ยวเต็มตัว ขอนแก่นมีโรงแรมน้อยกว่ากันเกือบสี่เท่า โรงแรมในเมืองเชียงใหม่มีสองพันกว่าแห่ง ของขอนแก่นมีหกร้อยกว่า ที่พักรวมทุกแบบก็น้อยกว่ากันเท่าตัว ร้านเหล้าผับบาร์ก็น้อยกว่ากันหลายเท่า

.

แต่สิ่งที่ขอนแก่นมีแน่น คือของอีกแบบ หมุดโรงพยาบาลและสถานพยาบาลกว่า 500 จุด หมุดสถานศึกษาระดับวิทยาลัยมหาวิทยาลัยอีกกว่า 400 จุด หมุดหน่วยงานราชการอีกกว่า 500 จุด และร้านที่เกี่ยวกับรถยนต์อีกพันกว่าจุด

.

อ่านออกไหมครับ เมืองท่องเที่ยวเขาสร้างของไว้รองรับคนมาเที่ยวมานอน แต่ขอนแก่นสร้างของไว้รองรับคนมาเรียน มารักษา มาติดต่อราชการ และมาตั้งหลักปักฐาน มันคือเมืองของคนที่มา "ทำเรื่องจริงจัง" ไม่ใช่เมืองของคนที่มาพักผ่อน

.

และที่ชัดที่สุด คือเส้นการเติบโตของเมือง ภาพถ่ายดาวเทียมประเมินว่าในเขตเมืองขอนแก่น ปี 2518 มีคนอยู่ราวแปดหมื่นคน พอถึงปี 2563 ขยับขึ้นไปเป็นสี่แสนเจ็ดหมื่นกว่า โตขึ้นเกือบหกเท่าในช่วงชีวิตคนรุ่นเดียว เมืองมันไม่ได้ค่อย ๆ โตตามมีตามเกิด แต่มันพุ่งขึ้นตามของที่ถูกลงไว้ทีละชั้น ๆ

.

== แล้วของพวกนี้มันยังไม่หยุด ==

.

ที่น่าสนใจคือเงินก้อนใหญ่ยังเทเข้าเมืองนี้ต่อเนื่องจนถึงวันนี้

.

เซ็นทรัลมาเปิดห้างที่ขอนแก่นตั้งแต่ปี 2552 และนั่นคือห้างเซ็นทรัลสาขาแรกในภาคอีสานทั้งภาค เลือกลงที่นี่เป็นที่แรก ล่าสุดก็เพิ่งทุ่มอีกหลายพันล้านเปิดโครงการใหม่ในเมืองนี้อีก ในเมืองมีซูเปอร์มาร์เก็ตอย่างท็อปส์ถึง 21 สาขา มีร้านขายของแอปเปิลแบบทางการอย่างสตูดิโอเซเว่นด้วย มีบริษัทจดทะเบียนในอำเภอนี้กว่า 5,200 ราย มากที่สุดในบรรดาเมืองใหญ่ของอีสาน

.

และมีหลักฐานอีกชั้นที่ผมว่าน่าสนใจที่สุด เพราะมันไม่ใช่เงินของคนนอก แต่เป็นเสียงของคนในเมืองเอง

.

ผมลองไปดูว่าช่วงนี้คนแชร์คอนเทนต์เกี่ยวกับขอนแก่นเรื่องอะไรกันมากที่สุดบนโซเชียล แล้วภาพที่ออกมามันบอกนิสัยของเมืองนี้ชัดมาก เรื่องที่คนแชร์กันแรงสุด ทิ้งห่างเรื่องอื่นเลย ไม่ใช่ "ขอนแก่นเที่ยวไหนดี" แบบเมืองท่องเที่ยว แต่เป็นข่าวที่ขอนแก่นถูกพูดถึงในฐานะเมืองไมซ์และศูนย์กลางเศรษฐกิจของภาค คนในเมืองแชร์ความภูมิใจเรื่องนี้กันเอง โดยไม่มีใครจ้างให้แชร์

.

ถัดลงมาก็เป็นเรื่องมหาวิทยาลัย เรื่องกิจกรรมของเทศบาลที่ขยันผิดเมือง ไปจนถึงโรงแรมที่ชวนคนมา "Workation" คือมาเปลี่ยนบรรยากาศนั่งทำงาน แทบไม่มีคอนเทนต์แนว "พาเที่ยวขอนแก่น" โผล่ขึ้นมานำเลย พูดง่าย ๆ คือแม้แต่สิ่งที่คนในเมืองเลือกจะแชร์เอง มันก็ยังเป็นเรื่อง "เมืองที่กำลังโตและมีอนาคต" ไม่ใช่ "เมืองตากอากาศ" ตรงกับทุกอย่างที่ข้อมูลฝั่งสถาบันและห้างร้านบอกมาเป๊ะ

.

และเป้าหมายของเมืองก็ยังเดินไปข้างหน้า ขนาดศูนย์ประชุมนานาชาติ KICE เองก็ตั้งเป้ารายได้จากการจัดงานไว้ระดับหลายพันล้านบาทต่อปี เมืองนี้เลยเป็นเมืองที่ทั้งคนนอกที่เอาเงินมาลง และคนในที่อยู่กับมันจริง ๆ มองทิศทางตรงกัน

.

ทุกการลงทุนพวกนี้ คือคนที่เอาเงินจริงมาเดิมพันว่า เมืองนี้จะโตต่อ พวกเขาไม่ได้อ่านแค่จำนวนคนในทะเบียน เขาอ่านทิศทางที่เมืองนี้ถูกปั้นมา 60 ปี แล้วเชื่อว่ามันจะไปต่อ

.

== แล้วถ้าผมเป็นคุณ ผมจะอ่านมันยังไง ==

.

ผมต้องพูดให้แฟร์ก่อน ขอนแก่นไม่ได้เป็นที่หนึ่งทุกด้าน โคราชคนเยอะกว่า เศรษฐกิจรวมใหญ่กว่า และเป็นประตูเข้าอีสานที่อยู่ใกล้กรุงเทพกว่า ด้านการบินอุดรธานีก็มีผู้โดยสารมากกว่าขอนแก่น ขอนแก่นไม่ได้ชนะทุกกระดาน

.

แต่สิ่งที่ขอนแก่นเลือก คือไม่ไปแข่งเรื่อง "ใหญ่ที่สุด" แต่เลือกเป็น "สมองของภาค" เป็นที่ที่คนมาเรียน มารักษา มาประชุม มาทำเรื่องจริงจัง แล้วลงมือปั้นตัวเองไปทางนั้นมาตลอด นี่แหละคือทั้งเรื่อง

.

ทีนี้พอเรารู้ว่าเมืองนี้เป็นแบบนี้ มันเปลี่ยนวิธีคิดเวลาจะลงทุนเลย

.

ถ้าคุณคิดจะเปิดร้านอาหารหรือคาเฟ่ ลูกค้าหลักของคุณที่นี่ไม่ใช่นักท่องเที่ยวขาจร แต่เป็นนักศึกษาห้าหมื่นคน เป็นญาติคนไข้ที่มาเฝ้านาน ๆ เป็นคนทำงานออฟฟิศและราชการ คนกลุ่มนี้อยู่ยาว กินซ้ำ และมาทั้งปีไม่มีโลว์ซีซั่นแบบเมืองท่องเที่ยว

.

ถ้าคุณทำอสังหา ความต้องการที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่ของที่นี่มาจากคนมาเรียนมาทำงานที่ต้องเช่าอยู่ ไม่ใช่บ้านหลังที่สองของนักท่องเที่ยว เป็นคนละโจทย์กับเมืองตากอากาศโดยสิ้นเชิง

.

ถ้าคุณทำธุรกิจบริการ ไม่ว่าจะคลินิก ร้านขายของ หรือบริการรอบโรงพยาบาลรอบมหาวิทยาลัย นี่คือเมืองที่ "เหตุผลที่คนมา" มันชัดและมั่นคง เพราะคนเจ็บป่วยและคนต้องเรียน มันไม่เลือกฤดู

.

== เหลือคำถามสุดท้าย ที่ยากและสำคัญที่สุด ==

จำที่ผมตั้งไว้ตอนต้นได้ไหม ที่ถามว่าทำไมเมืองที่ไม่ได้ใหญ่ที่สุด ถึงเป็นที่ที่คนทั้งภาคนึกถึงเวลามีเรื่องสำคัญ ตอนนี้เราตอบได้แล้วว่า เพราะมีคนตั้งใจปั้นมันให้เป็นแบบนั้นมา 60 ปี ทีละชั้น สมอง มือหมอ แล้วก็โครงสร้าง

.

แต่พอรู้ว่าเมืองนี้ดึงคนมาจากทั้งภาค คำถามต่อไปที่ยากที่สุดก็คือ แล้วถ้าจะลงร้านลงโครงการสักอย่าง ควรปักหมุดตรงไหน

.

เพราะคนที่มาเรียนมารักษา เขาไม่ได้เดินตามเส้นเขตอำเภอ เขาเดินตามเวลาเดินทาง จากหอถึงร้าน จากโรงพยาบาลถึงที่พัก กี่นาที พื้นที่ที่คนเดินทางมาหาคุณได้จริงในเวลาที่เขายอมรับ มันล้นข้ามเส้นเขตการปกครองเสมอ และบางทีจุดที่ดีที่สุดก็ไม่ใช่ใจกลางเมืองที่ค่าเช่าแพง แต่เป็นจุดริมเมืองที่ดักคนจากหลายทางพอดี

.

คำถามนี้ตอบด้วยตาเปล่าไม่ได้ ต้องดูบนแผนที่ที่คำนวณเวลาเดินทางจริงตามถนนจริง

.

ผมเลยทำแผนที่สามมิติของเมืองขอนแก่นขึ้นมา จิ้มจุดไหนก็ได้บนแผนที่ แล้วมันจะวาดวงให้เห็นว่าจากจุดนั้น คนเดินหรือขับมาถึงได้ในกี่นาที วงคร่อมข้ามไปถึงไหน มีคนอยู่ในวงเท่าไหร่ และมีคู่แข่งดักอยู่ก่อนแล้วกี่ราย

.

ถ้าคุณกำลังเล็งทำเลย่านไหนในขอนแก่นอยู่ หรือทักมาคุยได้เลยครับ

.

ข้อมูลทุกชุดที่ผมใช้วันนี้ ไม่มีอะไรเป็นความลับเลยสักชิ้น ปีก่อตั้งมหาวิทยาลัย ที่ตั้งโรงพยาบาล มติคณะรัฐมนตรีเรื่องรถไฟ ตำแหน่งห้างร้าน ทุกอย่างเปิดให้คนทั่วไปดูได้หมด

.

สิ่งที่ต่างกันไม่ใช่ว่าใครมีข้อมูลลับกว่าใคร แต่คือใครเอาของที่เปิดอยู่แล้วมาวางต่อกัน แล้วอ่านออกว่ามันกำลังเล่าเรื่องเดียวกันว่าอะไร

.

ขอนแก่นไม่ได้ใหญ่ที่สุดในอีสาน แต่มันเลือกแล้วว่าจะเป็นสมองของภาค แล้วลงมือปั้นตัวเองมา 60 ปี จนคนทั้งภาควิ่งเข้าหามันเวลามีเรื่องสำคัญ

เช้ามืดที่สถานีขนส่งขอนแก่น รถทัวร์จากอำเภอไกล ๆ ทั่วอีสานทยอยเข้ามาจอด

กำลังตัดสินใจเรื่องทำเลอยู่? ทักมาคุยกันก่อนได้ ไม่มีค่าใช้จ่าย

ทักทาง Facebook 👍 ไลก์เพจของเรา